Friday, October 31, 2008

Mana Diary Christ






มานาประจำวันเดือนพฤศจิกายน 2551

วันเสาร์ที่ 1 พ.ย. 2551 เรื่องจะเอาอันนี้
อ่าน ยากอบ 3:13-18 เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา อิสยาห์ 55:8
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ยากอบ 1-5 สุภาษิต 12:1-14
ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตฉันได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่นานก่อนที่จะมองเห็นตัวเขา และเมื่อฉันเข็นรถไปยังช่องสินค้าที่อยู่ถัดไป เขายืนอยู่ที่นั้น! "ผมจะเอาอันนี้!"เด็กน้อยแผดเสียงร้องด้วยความโกรธ ใบหน้ายองน้ำตา แม่ของเขาเหลือบตาขึ้นมามองฉันแว่บหนึ่ง ฉันจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ก่กระทำของเธอ แต่ด้วยความอายและเหนื่อยหน่าย เธอจึงหยิบของเล่นราคาถูกชิ้นนั้นโยนลงไปในรถเข็น
ฉันรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเด็กคนนี้เขาเหมือนกับฉันมาก ใช่ บ่อยครั้งฉันก็เหมือนกับเด็กที่เอาแต่ใจและบางครั้งฉันถึงกับต่อรองกับพระเจ้าว่า " ทำไมล่ะพระองค์?" ทำไมฉันถึงไม่สมควรได้สิ่งนี้?"บางครั้งพระเจ้าก็ประทานสิ่งที่ฉันต้องการ แต่ไม่ใช่เป็นเพราะพระองค์เหนื่อยหน่ายกับฉัน ไม่หรอกฉันคิดว่าพระองค์ต้องการทำให้ฉันเห็นว่าผลของการที่ฉันเป็นคนควบคุมทุกสิ่งนั้นเป็นอย่างไร
สิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดพระเจ้าปราถนาจะให้กับเราพระเจ้าตรัสในอิสยาห์ 55:8 ว่า "เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา"
ในหนังสือวันแห่งพระคุณ (Days of Grace) อาร์เธอร์ แอช ผู้เป็นแชมป์เทนนิส ได้เขียนคำแนะนำถึงลูกสาวที่เป็นวัยรุ่นของเขาโดยดัดแปลงจากพระธรรมยากอบ 1:5 ว่า"จงทูลขอสติปัญญาของพระเจ้า เพื่อจะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่พระองค์ต้องการให้ทำ และความตั้งใจที่จะทำสิ่งนั้น"
นั้นเป็ฯคำอธิษฐานที่จริงใจซึ่งพระเจ้าต้องการได้ยินจากบุตรของพระองค์- CHK
เราจะรู้ว่าสิ่งใดประเสริฐดี เมื่อเรามีเวลาอธิษฐาน แสวงหาวิถีน้ำพระทัยพระภูบาล กระทำก่ถวายเกียรติแด่พระองค์

วันอาทิตย์ที่ 2 พ.ย. 51 เรื่อง มีส่วนร่วมในชั้นเรียน
อ่าน สดุดี 119:129-136
การคลี่คลายพระวจนะของพระองค์ให้ความสว่าง- สดุดี 119: 130
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 125-127
ในฐานะครูโรงเรียนมัธยมและอาจารย์มหาวิทยาลัย ผมสังเกตเห็นว่าการเรียเป็นความพยายามร่วมกันระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ด้วยเหตุนี้ผู้สอนจึงพยายามที่จะให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียนให้มากที่สุด เมื่อทั้งครูและนักเรียนต่างทำหน้าที่ของตน ความก้าวหน้าก็เกิดขึ้นและก่อให้เกิดการเรียนรู้
ในสดุดี 119:129-136 ผู้เขียนได้แนะนำรูปแบบการเรียนรู้ในทำนองเดียวกันนี้คือพระเจ้าทรงเป็นครูและเราเป็นนักเรียน
ให้เราพิจารณาบทบาทของพระเจ้าในการสอนด้วยกัน พระองค์ทรงสำแดงพระเมตตา(ข้อ132) ทรงนำย่างเท้าของเรา(ข้อ133) และทรงช่วยกู้เราออกจากปัญหาภายนอก(ข้อ 134)
แต่ก่อนอื่นเราต้องเป็นผู้เรียนที่มีความกระตือรือร้น พร้อมที่จะยอมรับคำสอน คำแนะนำ และการช่วยเหลือจากพระเจ้า เราควรจะเข้าชั้นเรียนด้วยความคาดหวัง" การคลี่คลายพระวจนะของพระองค์ให้ความสว่าง ทั้งให้ความเข้าใจแก่คนรู้น้อย...ข้าพระองค์กระหายพระบัญญัติของพระองค์"(ข้อ130-131) ในฐานะผู้เรียนพระวจนะของพระเจ้าเราควรจะปฏิบัติตามเงื่อนไข 3 ประการต่อไปนี้ (1) ใคร่ครวญพระวจนะของพระเจ้าว่ากำลังสอนอะไรกับเรา (2) ทำความเข้าใจพระวจนะตอนนั้นและ(3) เชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์
ถึงเวลาที่จะต้องเข้าชั้นเรียนของพระเจ้า จงฟังและเรียนรู้จากพระองค์ เมื่อเราทำเช่นนั้นเราจะมองดูพระเจ้าด้วยความรักสดใหม่และมองดูโลกด้วยความห่วงใยที่ไมเหมือนเดิม (ข้อ 136)-JDB
พระคำของพระเจ้าแสนล้ำค่า ดังมณีมีราคาที่หายาก หากผู้ใดแสวงหาด้วยตรำตราก สุดลำบากได้มาคุ้มเหนื่อยแรง

วันจันทร์ที่ 3 พ.ย. 51 เรื่องแค็ตตาล็อกของพระเจ้า
อ่าน ยอห์น 17:20-26 ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา-ยอห์น 13:35
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี เอเสเคียล 16-18 สุภาษิต 12:15-28
ยุคนี้เรามักจะได้รับแค็ตตาล็อกสินค้าทางไปรษณีย์ ทุกครั้งที่เปิดตู้จดหมายเราจะพบแค็ตตาล็อกเต็มไปหมดซึ่งล้วนแต่นำเสนอสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องมีเดี๋ยวนี้ด้วยคำพูด เช่น "อย่ารอช้า!" "ของมีจำนวนจำกัด!" "รีบสั่งเดี๋ยวนี้!"
คำชักชวนได้ผล ฉันเปิดแค็ตตาล็อกดูและพบสิ่งที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าจำเป็นสำหรับฉัน แล้วฉันยังเห็นอีกหลายสิ่งที่ดูเหมือนจำเป็นขั้นมาทันที ทั้งก่อนหน้านั้น ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสิ่งเหล่านี้อยู่ ปู้ผลิตใช้ภาพในแค็ตตาล็อกทำให้เราอยากได้สินค้าของพวกเขา
ในทำนองเดียวกันคริสเตียนก็เหมือนกับแค็ตตาล็อกของพระเจ้า เราเป็นภาพของสิ่งที่พระเจ้าต้องการนำเสนอให้กับโลกใบนี้ พระหัตถกิจของพระองค์ในชีวิตของเราเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ผู้คนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าจำเป็ฯหรือพวกเขาต้องการ จนกว่าจะเห็นการงานของพระองค์ในชัวิตของเรา
พระเยซูทรงอธิษฐานเผื่อสาวกของพระองค์ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อโลกจะรู้ว่าพระเจ้าทรงส่งพระองค์ลงมาและพระเจ้าทรงรักพวกเขาเหมือนที่พระเจ้ารักพระองค์(ยน.17:23) เมื่อพระคริสต์มีชีวิตอยู่ในเรา เราก็จะเป็นแบบอย่างแห่งความรักของพระเจ้า เราสร้างความรักเองไม่ได้แต่พระเจ้าทรงสร้างและเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์
ขณะที่คุณดู"แค็ตตาล็อก"แนะนำสินค้า ให้ใคร่ครวญว่า แค็ตตาล็อกชีวิตของคุณบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับพระเจ้า ผู้คนเห็ฯคุณลักษณะใดในคุณที่ทำให้พวกเขาอยากที่จะรู้จักพระเจ้าบ้าง?-JAL
คนรอบข้างเห็นสิ่งใดในตัวฉัน สิ่งสำคัญที่ชีวิตปราถนา เห็นความรักเมตตากรุณา ประกาศว่าพระคริสต์ทรงเปลี่ยนชีวี -Sper
วันอังคารที่ 4 พ.ย. 51 เรื่องเลือกผู้นำ
อ่านโยลูวา 24: 14-25 ท่านทั้งหลายจงเลือกเสียในวันนี้ว่าท่านจะปรนนิบัติ...แต่ส่วนข้าพเจ้ากับครอบครัวของข้าพเจ้า เราจะปรนิบัติพระเจ้า-โยชูวา 24:15
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี เอเสเคียล 19-21 สุภาษิต 13:1-12
ปัจจุบันผู้คนหลายล้านในสหรัฐอเมริกาเลือกผู้นำทางการเมืองรวมทั้งประธานาธิบดีด้วยการลงคะแนนเสียง หลังจากการปราศัยโฆษณาทางโทรทัศน์และโต้วาทีนานหลายเดือนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่ละคนก็พอจะรู้ว่า"จะเลือกใคร" ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทุกคนมีสิทธิ์เลือกคนที่ชอบแต่คนที่ชื่นชอบไม่จำเป็นต้องชนะเสมอไป
เราแต่ละคนมีสิทธิ์เลือกผู้นำของตนเองในแต่ละวัน ต่างจากการเลือกตั้งในทางการเมืองซึ่งเสียงข้างมากเป็นฝ่ายชนะ แต่ในการเลือกตั้งฝ่ายวิญญาณภายในส่วนลึกของหัวใจ สิ่งที่เราเลือกจะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าคนอื่นจะเลือกสิ่งใดก็ตาม
หลังจากอาศัยอยู่ดินแดนคานาอันนานหลายปี ผู้เฒ่าโยชูวาได้เรียกประชากรของอิสราเอลมารวมกันและท้าทายพวกเขาว่า "ถ้าท่านไม่เต็มใจที่จะปรนนิบัติพระเจ้า ท่านทั้งหลายจงเลือกเสียในวันนี้ว่าท่านจะปรนนิบัติผู้ใด จะปรนนิบัติพระซึ่งบรรพบุรุษของท่านปรนนิบัติอยู่ในท้องถิ่นฟากตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติส หรือของคนอาโมนต์ในแผ่นดินซึ่งท่านอาศัยอยู่ แต่ส่วนข้าพเจ้าและครอบครัวของข้าพเจ้า เราจะปรนนิบัติพระเจ้า"(ยชน. 24:15) และประชากรก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "ข้าพเจ้าทั้งหลายจะปรนนิบัติพระเจ้า"(ข้อ 21)
ทุกคนต่างปรนนิบัติสิ่งที่ตนถือว่าเป็นพระเจ้า แล้วคุณหล่ะ จะเลือกใครให้ครอบครองหัวใจของคุณในวันนี้?- DCM
ข้าจะเลือกทำตามน้ำพระทัย ชีวิตทรงประทานให้ข้าถวาย จะติดตามพระองค์ตราบชีพวาบ กระทำกิจทรงมอบหมายด้วยเต็มใจ- Anon
วันพุธที่ 5 พ.ย. 51 เรื่องสำรวจภายใน
อ่าน ฮิบรู 4:11-16 พระวจนะของพระองค์นั้นไม่ตายและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ...สามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย-ฮิบรู 4:12
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี เอเสเคียล 22-24 สุภาษิต 13:13-25
เพื่อของผมเพิ่งผ่านการตรวจลำคอด้วยการส่องกล้อง ผมรู้สึกหวาดเสียวเมื่อเขาเล่าว่าแพทย์สอดกล้องซึ่งมีไฟอยู่ที่ปลายข้างหนึ่งเข้าไปในลำคอของเขาเพื่อค้นหาสาเหตุของความเจ็บปวด
ผมคิดว่าพระวจนะของพระเจ้าเป็นเหมือนหล้องที่รุกล้ำเข้าไปในเขตที่มองไม่เห็นในชีวิตของเราและเปิดเผยให้เห็นเนื้อเยื้อที่เสื่อมและติดเชื้อที่ทำให้เรามีปัญหา หากคุณรู้สึกหวาดเสียวเวลาที่พระเจ้าทรงสำรวจสิ่งผิดปกติในชีวิตของคุณด้วยวิธีการที่น่าอึดอัด ขอให้คิดถึงพระดำรัสของพระเยซูว่า "เพราะทุกคนที่ประพฤติชั่วก็เกลียดความสว่าง และไม่มาถึงความสว่าง ด้วยกลัวว่าการกระทำของตนจะปรากฏ" (ยน3:20) การบุกรุกพื้นที่ภายในอาจทำให้คุณรู้สึกอึดอัด แต่คุณจะปล่อยให้ตัวเองป่วยเช่นนี้ต่อไปหรือ?
การยอมให้พระวจนะของพระเจ้าแทงทะลุเข้าไปในส่วนลึกและมืดมิดภายในจิตใจของเรา เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เราได้รับการรักษาอย่างแท้จริงและมีจิตวิญญาณที่เข้มแข็งดังปราถนา เชื่อผมเถอะ กระบวนการสำรวจของพระเจ้านั้นละเอยดถี่ถ้วนดังที่ผู้เขียนฮีบรูได้ยืนยันไว้ว่า พระวจนะของพระเจ้านั้น "คมยิ่งกว่าดายสองคมใด ๆ" (4:12) แทงทะลุจากข้างนอกเข้าไปถึงข้างในไปจนถึงความคิดเจตนารมณ์ และแรงจูงใจของเรา
แล้วคุณมัวช้าอยู่ทำไม? คุณไม่จำเป็นต้องรอใบนัดจึงมารับการตรวจโดยพระวจนะของพระเจ้าได้ เพราะศัลยแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ทรงพร้อมที่จะให้คุณเข้าพบได้ทุกเมื่อ! -JS
พระองค์ทรงเป็นสหาย เคียงกายเราอยู่ทุกเวลา ช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา พึ่งพาพระคำนำทาง ขอทรงสอนเราเข้าใจ นำไปใคร่ครวญไม่เว้นว่าง ท่องจำใส่ใจมิเหินห่าง เป็นต่างโล่ดาบป้องกัน- Anon
วันพฤหัสบดีที่ 6 พ.ย 51 เรื่อง อยู่เพื่อรับใช้
อ่านมาระโก 10 :35-45 เพราะว่าบุตรมนุษย์มิได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่ท่านมาเพื่อจะปรนนิบัติเขา-มาระโก 10:45
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี เอเสเคียล 25-27 สุภาษิต 14:1-11
ดร.พอล แบรน์เล่าให้ผมฟังถึงปิแอร์ชายชาวฝรั่งเศสที่น่าจดจำ เขาเป็นผู้แทนในสภามานานและผิดหวังกับการเมืองที่เชื่องช้า ในฤดูหนาวที่รุนแรงครั้งหนึ่ง ขอทานในนครปารีสจำนวนมากต้องตายเพราะความหนาว ด้วยความรู้สึกสิ้นหวังปิแอร์จึงบวชเป็นพระในนิกายโรมันคาทอลิกเพื่อทำงานกับกลุ่มนี้โดยตรง
พวกเขาแบ่งกลุ่มกันออกไปเก็บขวดที่ไม่ใช้แล้ว ปิแอร์ได้นำขอทานเหล่านี้สร้างโกดังเก็บของจากอิฐทิ้งแล้วและเริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับขวด ในที่สุดเขาได้รับมอบหมายให้ขอทานทุกคนออกไปช่วยเหลือคนที่ยากจนกว่าตน ข่าวโครงการแพร่ออกไปและไม่กี่ปีต่อมาปิแอร์ได้จัดตั้งองค์กรการกุศลที่ชื่อเอ็มมาอุสขึ้น
ในที่สุดจำนวนขอทานในนครปารีสก็ลดลงปิแอร์จึงเดินทางไปที่ประเทศอินเดีย หากผมไม่ออกพบผู้คนที่มีชีวิตเลวร้ายกว่าขอทานเหล่านี้ "องค์กรนี้ก็อาจแสวงหาความมั่งคั่งและทรงอำนาจเพื่อตนเอง จนไม่อาจส่งผลกระทบฝ่ายวิญญาณมากนัก พวกเขาจะไม่มีใครให้ปรนนิบัติ"
ที่สมาคมคนโรคเรื้อนในประเทศอินเดีย ปิแอร์ได้พบกับผู้ป่วยซึ่งมีสภาพที่ย่ำแย่กว่าขอทานที่เขาเคยทำงานด้วย เขาได้กลับไประดมคนขอทานที่ฝรั่งเศสมาช่วยกันสร้างแผนกคนโรคเรื้อนให้กับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย
"คุณต่างหากที่ช่วยชีวิตเรา" เขาบอกกับผู้ป่วยที่ซาบซึ่งในน้ำใจของขอทานเหล่านี้ "เราอยู่เพื่อรับใช้"-PY
คิดใคร่ครวญในมาระโก 10:35-37 ยากอบและยอห์นแสวงหาอะไร? พระเยซูตรัสเกี่ยวกับสิทธิอำนาจฝ่ายโลกไว้ว่าอย่างไร?(ข้อ 42) ผู้ที่ติดตามพระคริสต์แตกต่างไปอย่างไร?(ข้อ 43-45) ถ้าคุณอยากรับใช้ จงมองไปรอบตัว
วันศุกร์ที่ 7 พ.ย. 51 เรื่องการรอคอย
อ่านสดุดี 70 ข้าแต่พระเจ้า ของทรงเร่งมาช่วยข้าพระองค์เถิด -สดุดี 70:1
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี เอเสเคียล 28-30 สุภาษิต 14:12-24
กษัตริย์ดาวิดผู้เขียนพระธรรมสดุดีกล่าวว่า "ข้าแต่พระเจ้า ของทรงเร่งมาช่วยข้าพระองค์เถิด" (สดด.70:1) เราเป็นเหมือนดาวิดที่ไม่ชอบรอคอย เราไม่ชอบเข้าคิวรอจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่ชอบสภาพการจราจรติดขัดในย่านธุรกิจและศูนย์การค้า เบื่อที่ต้องรอเวลาไปธนาคารหรือร้านอาหาร
ยังมีการรอคอยที่ยากเย็นกว่านั้นอีก เช่น คู่สมรสที่รอคอยบุตร คนโสดที่รอคอยการแต่งงาน คนติดยาที่รอคอยการปลดปล่อย คู่สมรสที่รอฟังคำพูดที่สุภาพและเมตตา ผู้ป่วยที่รอฟังคำวินิจฉัยจากแพทย์ด้วยความกระวนกระวาย
เรารอคอยอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่พระเจ้ากำลังกระทำในระหว่างนั้น ในเวลาเช่นนี้พระเจ้าทำงานผ่านชีวิตของเราเพื่อพัฒนาคุณลักษณะฝ่ายวิญญาณที่เกิดขึ้นกได้ยาก นั้นคือความถ่อมสุภาพ ความเมตตา และความอดทนต่อผู้อื่น ที่สำคัญกว่านั้นคือเราจะรู้จักพึ่งพาพระเจ้าแต่องค์เดียว และ "เปรมปรีดิ์และยินดี" ในพระองค์(ข้อ 4)
เอฟ.บี. เมเยอร์กล่าวว่า บทเรียนชีวิตในระหว่างที่รอคอยพระเจ้านั้นช่างแสนวิเศษ เป็นศิลปะอันล้ำลึกและดีเยี่ยมในการสอนจิตวิญญาณของมนุษย์ให้สามารถควบคุมอารมณ์ของตนได้ บทเรียนเรื่องการค้นหาสิ่งที่อยู่ในใจ การวิเคราะห์แรงจูงใจ การทดสอบพระวจนะของพระเจ้า และการยกระดับจิตวิญญาณ...ล้วนเกิดขึ้นในวันเวลาที่แสนเหน็ดเหนื่อยแห่งการรอคอย แต่สำคัญยิ่งต่ออนาคตฝ่ายวิญญาณ-DHR
ลูดทั้งหลายจงนิ่งเสียและรู้ไว้ องค์พระเจ้ายิ่งใหญ่อยู่กับเจ้า จงอดทนต่อไปแม้หนักเบา เพราะว่าเรารู้หนทางเจ้าผ่านมา อย่าตัวสั่นหวั่นกลัวคิดหลบหนี เจ้ายังมีเราอยู่ล้อมหลังหน้า เป็นความหวังกำลังเสมอมา ปกป้องพ้นภัยนานาจงก้าวไป- Hein
วันเสาร์ที่ 8 พ.ย. 51 เรื่องมีตำหนิและอ่อนแอ
อ่าน 1 โครินธ์ 1:18-31 แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกคนที่โลกถือว่าโง่เขลา เพื่อทำให้คนมีปัญญาอับอาย- 1 โครินธ์ 1:27
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี 1 เปโตร 1-5 สุภาษิต 14:25-35
เดวี่ คร็อกเก็ต "ราชาแห่งดินแดนบุกเบิก" เป็นวีรบุรุษในดวงใจคนหนึ่งสมัยที่ผมยังเด็ก ผมชื่นชมและนับถือในความกล้าหาญและวีรกรรมที่โลดโผนของเขา
หลายปีต่อมาพี่ชายของผมได้ให้หนังสือเล่มหนึ่งซึ่งตีแผ่ประสบการณ์ชีวิตของเดวิด คร็อกเก็รตผมรู้สึกประหลาดใจในความเป็นมนุษย์ปุถุชนของเขา เขาทำสิ่งที่ผิดพลาดและมีปัญหาส่วนตัว หนังสือได้บรรยายว่าเป็ฯคนที่มีทั้งข้อตำหนิและความอ่อนแอ
ผมทั้งผิดหวังและคลายกังวล ที่ผมผิดหวังก็เพราะตัวจริงของเขาไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด แต่ที่ผมคลายกังวลก็เพราะชีวิตของเขาทำให้ผมสัมผัสตัวเขาได้มากขึ้นและชื่นชมเขามากยิ่งขึ้น
ในพระคัมภีร์เราจะพบเสมอว่าพระเจ้ามักใช้คนที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเราก็รู้ดีว่าพระเจ้าจะได้รับเกียรติเมื่อพระองค์ทรงสำแดงความเข้มแข็งของพระองค์ผ่านความอ่อนแอของเรา เราจึงรู้ว่าพระองค์ปราถนาที่จะทำงานผ่านชีวิตชีวิตของเราไม่ใช่เพราะเราสมบูรณ์แบบ แต่เพราะพระองค์สมบูรณ์แบบ และเมื่อพระองค์ทรงใช้คนที่โลกถือว่าอ่อนแอและโง่เชลา(1 โครินธ์ 1 :27) นั่นหมายความว่าทั้งคุณและผมคือผู้มีส่วนคนสำคัญในงานของพระองค์
พระเจ้าไม่ได้มองหาวีรบุรุษ พระองค์ทรงใช้คนที่มีตำหนิและอ่อนแออย่างเราเพื่อที่พระองค์จำได้สำแดงความเข้มแข็งและพระคุณของพระองค์ พระองค์ต้องการคนที่เต็มใจและมีใจให้พระองค์- BC
หาใช่กายภายนอกที่งามตา หาใช่การศึกษาสมบูรณ์พร้อม องค์พระคริสต์แสวงหาผู้ยินยอม จิตใจน้อมถ่อมทำตามพระบัญชา- Gustafson
วันอาทิตย์ที่ 9 พย. 51 เรื่องไม่มีวันบรรจบกัน
อ่าน สดุดี 103:6-14 เพราะพระองค์ทรงเหวี่ยงบาปทั้งสิ้นของข้าพพระองค์ไว้เบื้องพระปฤษฏางค์ของพระองค์ อิสยาห์ 38:17
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 128-130
คุณทราบหรือไมว่าจุดตะวันออกและตะวันตกสุดของสหรัฐต่างก็อยู่อลาสก้า? นี่เป็นการพลิกแพลงทางภูมิศาสตร์ ความจริงแล้วจุดพอชนอยบนเกาะอลิเชินเป็นจุดตะวันตกสุดเขตแดนสหรัฐ แต่ถ้าเราเดินทางมุ่งหน้าตะวันตกต่อไปอีกไม่กี่ไมล์ ก็จะถึงจุดตะวันตกที่สุดที่อยู่บนเกาะอมาทิกแนคของอลาสก้า เนื่องจากเกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเส้นแวงที่180 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งโลกออกเป็นซีกโลกตะวันออกและซีกโลกตะวันตก ดังนั้นจุดนี้ถือเป็นด้านตะวันออกของพื้นที่ส่วนที่เหลือของสหรัฐฯไปโดยปริยาย
ในความเป็นจริงย่อมไม่มีจุดที่ตะวันออกกับตะวันตกมาตั้งอยู่ติดกันจริง ๆ เมื่อคุณเดินทางไปทางตะวันตกคุณจะไม่มีวัน "พบ" ตะวันออก ตะวันออกไม่มีที่สิ้นสุด ตะวันตกก็เช่นกันและทั้งสองจะไม่มีวันบรรจบกัน คุณไม่มีทางไปไกลกว่านั้นได้แล้ว
เมื่อทราบแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? อย่างน้อยเมื่อคุณอ่านพระคัมภีร์ที่บอกว่าบาปที่ได้รับการอภัยแล้วจะถูกแยกจากคุณไปไกลเท่ากับที่ "ตะวันออกไกลจากตะวันตก" (สดุดี. 103: 12) คุณก็มั่นใจได้ว่าระยะห่างคุณกับบาปนั้นไม่สามารถวัดได้และไม่มีที่สิ้นสุด แล้วลองอ่านข้อนี้ดู พระเจ้าตรัสว่า "เรา เราคือพระองค์นั้น ผู้ลบล้างความทรยศของเจ้าด้วยเห็นแก่เราเอง และเราจะไม่จดจำบรรกาบาปของเจ้าไว้"(อิสยาห์ 43:25)
กังวลเพราะบาปหรือ? การสิ้นพระชนม์บนกางเขนของพระเยซูทำให้พระเจ้าพูดกับเราได้ว่า บาปอะไร? เราก็เพียงแต่เชื่อวางใจในพระบุตรของพระองค์- JDB
ตะวันออกตะวันตกตรงข้ามกัน ไม่มีวันบรรจบพบกันได้ องค์พระเจ้าโปรดปลดบาปเราออกไป กระทำให้ความรอดครบสมบูรณ์- Anon
วันจันทร์ที่ 10 พ.ย. 51 เรื่อง เขตปลอดคำนินทา
อ่านสุภาษิต 25:8-18 คนใดที่เป็นพยานเท็จกล่าวโทษเพื่อนบ้านของเขา ก็เหมือนกระบองศึก หรือดาบหรือธนูที่คม- สุภาษิต 25:18
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี เอเสเคียล 31-33 สุภาษิต 15:1-11

ในที่ทำงานบางแห่งคุณอาจถูกไล่ออกหากคุณนินทา ผลสำรวจในปี 2002 บ่งชี้ว่าพนักงานหนึ่งคนจะใช้เวลาในการนินทาประมาณ 65 ชั่วโมงต่อปีโดยเฉลี่ย บริษัทแห่งหนึ่งในเมืองชิคาโก ตัดสินใจประกาศให้บริษัทเป็น "เขตปลอดคำนินทา" โดยห้ามไม่ให้พนักงานพูดลับหลังถึงเพื่อนร่วมงานในทางที่ไม่ดี หากถูกจับได้ว่านินทาก็จะถูกไล่ออก
พันธกิจที่ทำเพื่อคนในวงการบันเทิงได้นำเสนอทางเลือกใหม่ซึ่งสามารถแทนที่การนินทาได้นั้นคือการอธิษฐาน แทนที่จะซ้ำเติมคนที่มีชื่อเสียงซึ่งกำลังประสบปัญหาเพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาด พวกเขาจะหนุนใจให้คนอธิษฐานเผื่อบุคคลเหล่านี้
พระบัญญัติข้อหนึ่งที่พระเจ้ามอบให้ประชากรของพระองค์คือ "อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้าน" (อพยพ 20:16) แม้พระบัญญัติข้อนี้จะมุ่งเน้นที่การให้การเท็จต่อศาลแต่ก็อาจหมายรวมไปถึงการนินทาด้วย เพราะการนินทาเป็นการละเมิดกฏแห่งความรักที่มีต่อเพื่อนบ้าน พระธรรมสุภาษิตใช้ถ้อยคำที่รุนแรงว่าการใช้คำพูดนินทาผู้อื่นเป็นเหมือนกับ "กระบองศึกหรือดาบ หรือลูกธนูที่คม" (25: 18)
การนินทาเป็นการสนองความต้องการความปราถนาโดยธรรมชาติของเราที่ต้องการรู้สึกว่าเราดีกว่าคนอื่น ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหรือได้รับการยอมรับซึ่งการต่อสู้กับสิ่งนี้ในชีวิตของเราจึงเป็นเรื่องยาก แต่หากเราเลือกที่จะรักผ่านทางคำอธิษฐาน ชีวิตของเราก็เป็นเขตปลอดคำนินทา-AMC
ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโปรดอภัยให้ ที่เราพูดถึงคนอื่นโดยไม่ระวัง เพื่อทำให้ตัวเราเองดูดีขึ้น ขอทรงโปรดช่วยให้เราคิดก่อนที่จะพูด ของทรงสอนเราให้เราสำแดงความรักด้วยคำพูดของเรา อาเมน

วันอังคารที่ 11 พ.ย. 2551 เรื่อง ไม่มีรักใดยิ่งใหญ่กว่านี้
อ่านยอห์น 15:9-17 ไม่มีรักใดยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน-ยอห์น 15:13
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี เอเสเคียล 34-36 สุภาษิต 15:12-21
เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถาน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรชนที่สละชีพเพื่อชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ต่อมาภายหลังยังได้ขยายเพื่อให้เป็นเกีรยติแก่วีรชนรุ่นหลังที่เข้าร่วมสงครามต่อ ๆ มาด้วย
อนุสรณ์สถานแห่งนี้สวยงามและทำให้เราระลึกถึงความกล้าหาญและความทุ่มเทของวีรชนแต่จุดเด่นของอนุสรณ์สถานแห่งนี้คือ ห้องโถงซึ่งมีหินวางอยู่ก้อนหนึ่งและมีข้อความสลักบนหินว่า"ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้" ทุกปีในวันที่ 11 เดือน 11 เวลา 11.00 น. กระจกจะสะท้อนแสงอาทิตย์ลงมาเป็นวงตรงคำว่า รักพอดี ซึ่งเตือนให้เราคิดถึงคนเหล่านั้นที่สละชีวิตของตนเพื่อผู้อื่น
เรายกย่องผู้ที่ยอมสละชีวิตของตนเพื่อแลกกับเสรีภาพ แต่ข้อความที่สลักบนก้อนกินมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านี้มาก เพราะเป็นพระดำรัสของพระเยซูในคืนก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์บนกางเขนเพื่อบาปของมนุษย์ทุกคนในโลก(ยอห์น 15: 13)การวายพระชนม์ของพระองค์ไม่ได้ช่วยให้เรามีเสรีภาพในทางการเมือง แต่ช่วยให้เราพ้นโทษบาป การพลีพระชนม์ของพระองค์ไม่ได้ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นแต่ทำให้เรามีชีวิตนิรันดร์
การระลึกถึงคนที่สละชีพเพื่อชาติเป็นสิ่งที่สำคัญ ให้เราอย่าลืมที่จะยกย่องให้เกียรติกับพระเยซู ผู้ทรงพลีพระชนม์เพื่อโลกที่กำลังจะพินาศ ใช่แล้ว ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้-BC
ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่กว่ารักนี้ คือรักที่พระคริสต์เสด็จมา เป็นมนุษย์วายพระชนม์รับโทษา เพื่อโลการับความรอดได้เป็นไท- Peterson

วันพุธที่ 12 พ.ย. 2551 เรื่อง ออกจากที่ซ่อน
อ่าน 2 พงศ์กษัตริย์ 22: 3-11 ข้าพเจ้าได้พบหนังสือธรรมบัญญัติในพระนิเวศของพระเจ้า- 2 พงศ์กษัตริย์ 22:8
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี เอเสเคียล 37-39 สุภาษิต 15:22-33
ในรัฐเวอร์จิเนียมีบ้านเก่าแก่หลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสมรภูมิรบในยุคที่เกิดสงครามกลางเมือง คนงานกำลังง่วนอยู่กับการบูรณะภาพเขียนบนผนังบ้านอย่างระมัดระวัง ตัวหนังสือหวัด ๆ ที่ค่อย ๆ ปรากฏออกมาต่อสาธาณชนเป็นหลักฐานที่บอกเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต คนงานต่าง ตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นตัวอักษาหรือคำใหม่ ๆ ค้อย ๆ ปรากฏขึ้น ซึ่งเปิดเผยถึงความจริงที่ถูกปิดซ่อนไว้เป็นเวลากว่า 145 ปี
เรื่องนี้ทำให้ฉันคิดถึงเหตุการณ์ในอิสราเอลเมื่อฮิลคียาห์ปุโรหิตค้นพบหนังสือธรรมบัญญัติที่สูญหายไปเป็นเวลานานในพระนิเวศของพระเจ้า พระวจนะที่พระเจ้ามอบให้กับชนชาติอิสราเอลถูกทอดทิ้ง ถูกลืม และสูญหายไปในที่สุด แต่กษัตริย์โบสิยาห์ตั้งใจที่จะติดตามพระเจ้า ดังนั้นพระองค์จึงบัญชาให้ปุโรหิตรื้อฟื้นการนมัสการในพระนิเวศ และระหว่างนั้นได้ค้นพบหนังสือธรรมบัญญัติของโมเสส
แต่ยังมีการค้นพบที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก หลายปีต่อมาฟีลิปได้บอกนาธานาเอลเพื่อของเขาหลังจากที่พบกับพระเยซูว่า"เราได้พบพระองค์ผู้ที่โมเสสได้กล่าวถึงในหนังสือธรรมบัญญัติ"(ยอห์น 1:45)
ผู้คนในปัจจุบันรู้สึกตื่นเต้นเมื่อมีการค้นพบเรื่องราวของทหารที่ถูกบันทึกไว้ในยุคที่เกิดสงครามกลางเมือง แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือการค้นพบพระวาทะของพระเจ้าซึ่งลงมาบังเกิดในสภาพมนุษย์คือ พระเยซูพระเมสสิยาห์-JAL
ขุมสมบัติล้ำค่าคือพระคำ มิอาจนำสิ่งใดมาเปรียบได้ แต่เราต้องขวนขวายเอาใจใส่ สามารถใช้นำวิถีทางชีวี-Sper

วันพฤหัสบดีที่ 13 พ.ย. 2551 เรื่องคุณจะวางใจใคร?
อ่านฟิลิปปี 3:1-11 ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้- เอเฟซัส 2:8
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี เอเสเคียล 40-42 สุภาษิต 16:1-11
ไอน์ แรนด์เป็นนักปรัชญาชาวอเมริกันซึ่งเสียชีวิตในปี 1982 หนังสือของเธอเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายและคนที่เข้าฟังเธอบรรยายมีเป็นจำนวนมาก ในฐานะบุคคลที่มีความเป็นปัจเจกบุคคลูง(An avid individualist) ไอน์กล่าวว่า "บัดนี้ฉํนได้เห็นใบหน้าที่เปิดเผยของพระเจ้าและขอยกพรเจ้าองค์นี้ขึ้นเหนือโลก เป็นพระเจ้าที่มนุษย์เสาะแสวงหาตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลก ผู้มอบความสุข สันติและความภาคภูมิใจให้กับมนุย์ และเราเรียกพระเจ้าองค์นี้สั้น ๆ ว่า ฉัน" การนับถือ ตนเองหรือการเชื่อในตนเอง นักปรัชญาผู้นี้ยึดถือ อัตตานิยมหรือการเชื่อในตนเอง
เปาโลเป็นพยานถึงการไว้วางใจที่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับการเชื่อมั่นในตนเองแบบผิด ๆ นี้ท่านประกาศตัวว่า"เป็นผู้นมัสการพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณและอวดพระเยซูคริสต์ และไม่ได้ไว้ใจในเนื้อหนัง"(ฟิลิปปี 3:3) ความวางใจของท่านอยู่ในพระเยซูคริสต์พระผู้ทรงเป็นพระเจ้า ผู้ทรงสภาพของมนุษย์ และเป็นพระเจ้าแห่งความรักความเมตตาที่เที่ยงแท้แต่องค์เดียว
พระธรรมเอเฟซัสบอกกับเราว่า "ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้"(2:8)
เรากำลังรับเอาปรัชญาแห่งการเชื่อในตนเอง ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นความเชื่อมั่นที่นำมาซึ่งการทำลายตนเองชั่วนิรันดร์ หรือกำลังรับเอาพระคุณแห่งการเสียสละตนเองของพระเยซูคริสต์ไว้เช่นเดียวกับเปาโล?-VCG
โดยพระคุณกับความเชื่อเรารอดได้ สรรเสริญพระผู้ไถ่เมตตาข้า มิใช่ด้วยสองมือยื้อแย่งมา แต่พึ่งพากิจการรงานพระเยซู-Gladwin

วันศุกร์ที่ 14 พ.ย. 2551 เรื่อง ผู้ที่ทำให้สถานที่มีความหมาย
อ่านวิวรณ์ 22:6-17 พระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุก ๆ หยดจากตาของเขา-วิวรณ์ 21:16-21
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี เอเสเคียล 43-45 สุภาษิต 16:12-21
คนที่เป็นคู่หมั้นกันมักจะใช้เวลานานในการดูแผ่นพับแนะนำแหล่งท่องเที่ยวและเว็บไซต์แนะนำสถานที่พักผ่อน เพื่อมองหาสถานที่ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ดีที่สุด พวกเขาแทบอดใจรอช่วงเวลาที่แสนโรแมนติกนั้นไม่ไหว แต่ไม่ว่าสถานที่จะดีแค่ไหนก็คงไม่สำคัญเท่ากับการได้อยู่กับคนที่รัก
เราอาจรู้สึกชินชากับสถานที่ไม่ว่าที่แห่งนั้นจะงดงามสักเพียงใด แต่ความรู้สึกนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นเมื่อเราได้อยู่กับคนที่รักเรา!
ในวิวรณ์ ยอห์นได้บรรยายให้เราเห็นภาพที่งดงามของสวรรค์ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ตรงสถานที่ แต่เกี่ยวข้องกับผู้ที่เราจะอยู่ด้วยต่างหาก วันนั้นกำลังใกล้เข้ามา คือวันที่พระเยซูจะเสด็จกลับมารับเราไปอยู่กับพระองค์ในที่ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ให้กับเรา ข่าวดีก็คือ พระองค์ตรัสว่า "ดูเถิด เราจะมาในเร็ว ๆ นี้" (22:7)
หากคุณคิดว่า พระองค์อาจจะกลับมารับคนอื่นแต่ไม่ใช่ฉันแน่ๆ ให้ดูข้อ 17 "พระวิญญาณและเจ้าสาวตรัสว่า "เชิญมาเถิด" และให้ผู้ที่ได้ยินคำกล่าวว่า "เชิญมาเถิด" และให้ผู้ที่กระหายเข้ามา ผู้ใดมีใจปราถนา ก็ให้ผู้นั้นรับมารับน้ำแห่งชีวิต โดยไม่ต้องเสียอะไรเลย" ทุกคนจะได้รับการต้อนรับเข้าสู่พิธีฉลองมงคลสมรส สิ่งที่เราต้องทำคือเชื่อในพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราและทรงเป็นคนรักแห่งวิญญาณจิตของเรา
โปรดอย่าเข้าใจผิด แม้ว่าสถานที่ซึ่งได้แก่ แผ่นดินสวรรค์ จะงดงามเกินกว่าที่เราฝันไว้ แต่สิ่งที่จะทำให้เรามีความสุขมากที่สุด คือ การได้อยู่กับพระเยซูคริสต์ชั่วนิจนิรันดร์!-JS
พระเยซูจะเสด็จมารับข้า ไปเมืองฟ้าเบื้องบนแดนสุขศรี ไร้บาปความโศกเศร้าในชีวี สถานที่แห่งความรักความชื่นบาน- Anon

วันเสาร์ที่ 15 พ.ย. 2551 เรื่อง ลูกหลานของท่านจะถาม
อ่านอพยพ 12:13-17,25-27 เมื่อลูกหลานของท่านถามว่า"พิธีนี้หมายความว่ากระไร" ท่านทั้งหลายจงตอบว่า"เป็นการถวายสัตวบูชาปัสกาแด่พระเจ้า"-อพยพ 12:26-27
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี 2 เปโตร 1-3 สุภาษิต 16:22-23
เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาวยิว คือ การอพยพหลังจากที่พระเจ้าทรงปลดปล่อยประชากรของพระองค์จากการเป็นทาสในอียิปต์ ก่อนที่จะออกจากอียิปต์พระเจ้าได้บัญชาชนชาติอิสราเอลให้รับประทานอาหารมื้อพิเศษที่เรียกว่าปัสกา และพระเจ้าตรัสว่าจะพิพากษาชาวอียิปต์โดยการสังหารบุตรหัวปีทุกคน แต่จะผ่านเว้นบ้านที่มีเลือดลูกเกาะทาอยู่ที่วงกบประตู(อพยพ 12)
ด้วยเหตุนี้ชนชาติอิสราเอลจึงเข้าส่วนในพิธีปัสกาเพื่อระลึกการพิพากษาและพระคุณของพระเจ้าในเหตุการณ์ครั้งนี้ พระเจ้าตรัสว่าวันหนึ่งเมื่อลูกหลานของพวกเขาถามว่า"พิธีนี้หมายความว่ากระไร"พวกเขามีหน้าที่บอกเล่าเรื่องการอพยพและการช่วยกู้ของพระเจ้าให้คนรุ่นต่อไปฟัง พระเจ้าไม่ประสงค์ให้เรื่องราวการช่วยกู้อันยิ่งใหญ่ของพระองค์สูญหายไปกับคนรุ่นเดียว
เมื่อลูกหลานของเราถามถึงค่านิยม วิถีชีวิตการอธิษฐานเพื่อขอการทรงนำในการตัดสินใจ การอ่านพระคัมภีร์ การไปโบสถ์และการนมัสการ เรามีหน้าที่ตอบพวกเขา เราเป็นสาวกของพระเยซู เราต้องเล่าเรื่องราวที่พระเยซูทรงเป็นลูกแกะปัสกาและพระโลหิตของพระองค์เป็นเครื่องหมายที่ปรากฏอยู่ในชีวิตของเรา เราไม่ได้เป็นทาสของบาปอีกต่อไป แต่มีเสรีภาพ ในการปรนนิบัติพระผู้เป็นนิรันดร์แห่งสวรรค์ คุณกำลังสอนอะไรให้กับลูกหลาน?- MW
เราประกาศความรักอันยิ่งใหญ่ องค์พระคริสต์พระผู้ไถ่สละชนม์ ให้พระนามลือไปในทุกคน นำความหวังสู่สากลทั้งโลกา-D. De Haan

วันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2551 เรื่อง "ข้าหารู้ไม่"
อ่าน ปฐมกาล 28:10-16 ยาโคบตื่นขึ้นและพูดว่า"พระเจ้าทรงสถิต ณ ที่นี้ แน่ทีเดียว แต่ข้าหารู้ไม่"- ปฐมกาล 28:16
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 131-133
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นทุกเช้าผมมักจะเตือนตัวเองว่า พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับผม "ที่นี้" เช่นเดียวกับที่ยาโคบทำในปฐมกาล 28:16 เมื่อผมใช้เวลากับพระองค์ทุกเช้า อ่านพระวจนะและตอบสนองด้วยการอธอษฐาน ผมยิ่งมั่นใจว่าพระองค์สถิตอยู่และรู้ว่าพระองค์ทรงอยู่ใกล้แม้จะมองไม่เห็นพระองค์ แต่เปโตรย้ำว่าเราก็ยังรักพระองค์และชื่นชมในความรักที่พระองค์มีให้กับเราด้วยความยินดีเป็นล้นพ้น "เหลือที่จะกล่าวได้"(1 เปโตร 1:8)
เราพกพาความรู้สึกว่าพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยไปกับเราตลอดทั้งวันโดยการอธิษฐานขณะทำงานหรือเล่น พระองค์เป็นครู นักปรัชญา และเพื่อนที่สุภาพ ใจดี และประเสริฐที่สุดของเรา
พระเจ้าสถิตอยู่กับเราไม่ว่าจะไปที่ใด พระองค์ทรงอยู่กับเราทุกหนแห่งไม่ว่าเราจะรู้หรือไม่ก็ตาม ยาโคบพูดถึงสถานที่ที่พระองค์ไม่น่าจะประทับอยู่ว่า "พระเจ้าทรงสถิต ณ ที่นี้แน่ทีเดเยว แต่ข้าหารู้ไม่" (ปฐมกาล 28:16) เราอาจไม่ตระหนักว่าพระองค์ทรงอยู่ใกล้ เราอาจรู้สึกโดดเดี่ยวและเศร้าสร้อย วันนี้อาจจะน่าเบื่อและเหงาหงอย ไม่มีแม้กระทั่งแสงแห่งความหวัง แต่กระนั้นพระเจ้ายังคงสถิตอยู่
ท่ามกลางเสียงรบกวนในโลกที่ต้องใช้ตาดูหูฟัง ขอให้คุณตั้งใจฟังเสียงเงียบ ๆ ของพระองค์ให้ดี จงฟังพระองค์ผ่านทางพระคัมภีร์และคุยกับพระองค์บ่อย ๆ ผ่านทางการอธิษฐาน จงมองหาพระองค์ในสถานการณ์ของคุณ แสวงหาพระองค์ พระองค์ทรงอยู่กับคุณไม่ว่าคุณจะไปที่ใดก็ตาม- DHR
บางคราข้าตื่นมาเวลาเช้า ลืมว่าองค์พระเจ้าทางอยู่ใกล้ แต่แท้จริงพระองค์มิเคยไกล รับเราไว้ในพระทัยด้วยเมตตา- MacDonald

วันจันทร์ที่ 17 พ.ย. 2551 เรื่อง อุดช่องว่าง
อ่านกิจการ 5:1-11 มีเหตุอะไรเกิดขึ้นให้เจ้าคิดในใจเช่นนั้นเล่า เจ้ามิได้มุสาต่อมนุษย์แต่ไดด้มุสาต่อพระเจ้า- กิจการ 5:4
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี เอเสเคียล 46-48 สุภาษิต 17:1-14
หลังจากที่รายการโทรทัศน์ปี 2002 ชื่อผู้รอดชีวิต :อัฟริกา(Survivor : Africa) ตอนสุดท้ายจบลง ในช่วงสรุปพิเศษผู้ชมต่างให้ความสนใจผู้เข้ารอบสุดท้าย เจฟ พร็อบผู้ดำเนินรายการกล่าวว่า ผู้ชนะ"ส่วนใหญ่ยึดมั่นในหลักการ" ผู้ชนะได้อธิบายว่า เขาอยากชนะในขณะที่ยังคงรักษา"ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการนับถือตนเอง" เอาไว้ เขาอธิบายว่า คุณไม่จำเป็นต้องโกหก โกง หรือลักไก่เพื่อให้ชนะ คุณสามารถแข่งขันกับคนอื่นได้โดยยังคงรักษาความสุภาพและความซื่อสัตย์เอาไว้ พูดสั้น ๆ คือเขาไม่ปล่อยให้มีช่องว่างระหว่างภาพที่คนอื่นเห็นกับตัวตนที่แท้จริง
ในพระธรรมกิจการเราอ่านพบเรื่องราวของอานาเนียกับสัปฟีรา ซึ่งปล่อยให้มีช่องว่างเกิดขึ้นระหว่างภาพที่เขาอยากให้คนอื่นเห็นตัวจริงที่เขาเป็น(5:1-11)ซาตานใส่แผนหลอกลวงเข้าไปในใจของพวกเขา พวกเขาขายที่ดินได้และแสร้งทำเป็นนำเงินทั้งหมดมามอบให้กับอัครฑูต ทั้ง ๆ ที่เงินดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งเดียวเท่านั้น พวกเขาต้องการให้คนอื่นมองว่าเป็นคนใจกว้าง ทั้งที่จริง ๆ แล้วพวกเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้น ช่องว่างนี้ทำให้พวกเขาต้องมุสาต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์และชุมชนผู้เชื่อ พวกเขาต้องชดใช้ความผิดด้วยชีวิตของตนเอง ตัวอย่างของสองคนนี้เป็นคำเตือนที่ชัดเจนสำหรับเราทุกคน
เราปล่อยให้มีช่องว่างเกิดขึ้นในชีวิตของเราบ้างหรือไม่? เราต้องสารภาพบาปและอุดช่องว่างนั้น-MW
พระวิญญาณพระเจ้าโปรดช่วยข้า ให้รักษาสัญญาที่จำนรรจ์ ลั่นวาจาคำไหนเป็นคำนั้น เพื่อผู้ฟังจะเชื่อมั่นมิคลางแคลง-D.De. Haan

วันอังคารที่ 18 พ.ย. 51 เรื่อง คนใจเย็น
อ่านสุภาษิต 17:22-28 บุคคลผู้มีจิตใจเยือกเย็นเป็นคนมีความเข้าใจ- สุภาษิต 17:27
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ดาเนียล 1-3 สุภาษิต 17:15-28
คริสเตียนที่ผมรู้จักคนหนึ่งไม่พอใจบางคนในที่ทำงาน อันเนื่องมาจากความอยุติธรรมที่เขาเห็น เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งได้รับฟังความทุกข์โศกของเขาและสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของเขายังคงพลุ่งพล่าน ดังนั้นเขาจึงให้คำแนะนำที่ชาญฉลาดเพื่อให้คริสเตียนผู้นั้นกลับไปพิจารณาก่อนที่จะเผชิญหน้ากับคนเหล่านั้นว่า"คนใจเย็นชนะ"
เมื่อเรามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การมีความเห็นขัดแย้งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้เชื่อที่มีความเข้าใจผู้นี้เข้าใจจิตใจของตนเองและพยายามจัดการกับความขัดแย้งด้วยวิธีทางการฑูต
สุภาษิต 17:27 บอกเราว่า"บุคคลที่ยับยั้งถ้อยคำของเขาเป็นคนมีความรู้" หมมายความว่าให้เราระมัดระวังความคิดเห็นที่อาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้อื่น คนฉลาดจะคิดก่อนพูดและจะแสดงความคิดเห็ฯเฉพาะที่เป็นประโยชน์เท่านั้น
สุภาษิตยังให้คำแนะนำที่ชาญฉลาดเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์เวลาที่เผชิญกับความผิดหวัง"บุคคลผู้มีจิตใจเยือกเย็นเป็นคนมีความเข้าใจ" คนที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณจะแสดงความเข้าใจโดยการรักษาจิตใจให้สงบเยือกเย็นท่ามกลางความขัดแย้ง การแก้ไขปัญหาอย่างง่ายขึ้นหากรู้จักควบคุมอารมณ์ให้คงที่
คราวหน้าหากคุณโกรธใคร ให้หยุดคิดและใคร่ครวญด้วยการอธิษฐานสักครู่หนึ่ง จงทูลขอพระเจ้าที่คุณจะมีจิตใจและถ้อยคำที่เหมาะสม พึงระลึกเสมอว่า คนใจเย็นชนะ-HDF
ข้าไม่เคยทำสิ่งดีเพื่อใคร ๆ ยามที่ใจเต็มด้วยความโกรธา เมื่อคิดร้ายสำนึกฟ้องจิตใจข้า ตักเตือนให้กล่าวว่า โปรดอภัย-Anon

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน 51 เรื่อง ไม่มีทางเลือก?
อ่าน 2 พงศ์กษัตริย์ 5:1-3,9-15 ดูเถิด ข้าพเจ้าทราบแล้วว่าไม่มีพระเจ้าทั่วไปในโลกนอกจากที่ในอิสราเอล-2 พงศ์กษัตริย์ 5:15
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ดาเนียล 4-6 สุภาษิต 18:1-12
ในฐานะผู้บัญชาการกองทัพที่ยิ่งใหญ่ของซีเรียในอดีต นายพลนาอามานได้รับสิทธิประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็นอิทธิพล ความมั่นคง และอำนาจ เขามีทุกสิ่งที่ใจต้องการยกเว้นสุขภาพ! นาอามานเป็นโรคเรื้อน(2พกษ.5:1-3)
ในทางกลับกันเด็กรับใช้ที่อยู่บ้านของเขาไม่มีอำนาจหรือทางเลือกใด ๆ ในฐานะเชลยศึกเธอต้องถูกบีบบังคับให้เป็นทาสไปตลอดชีวิต(ข้อ2) แต่เด็กหญิงผู้นี้ไม่ปล่อยให้ความทุกข์โศกและความข่มขื่นมาครอบงำชีวิตของเธอ เธอเลือกที่จะมีชีวิตอยู่เหนือโชคชะตา และปรนนิบัติเจ้านายของเธออย่างสุดใจ
เด็กหญิงผู้นี้ไม่ได้มองว่าอาการโรคเรื้อนของเจ้านายเป็นการลงโทษจากพระเจ้า แต่กลับมองว่าเป็นโอกาสที่จะนำนาอามานมาหาผู้รับใช้พระเจ้าในสะมาเรีย(ข้อ3) คำแนะนำของเธอทำให้นาอามานหายโรค และถึงกับประกาศว่า"ดูเถิด ข้าพเจ้าทราบแล้วว่าไม่มีพระเจ้าทั่วไปในโลก นอกจากที่อิสราเอล" (ข้อ 15)
ผู้คนมากมายในปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลาย ในขณะที่บางคนกลับมีทางเลือกไม่มากนักเนื่องจากความยากจน สุขภาพย่ำแย่ หรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก และยิ่งเกิดวิกฤติการณ์ขึ้นในชีวิต ทางเลือกที่มีน้อยอยู้แล้วกลับยิ่งลดน้อยถอยลงไปอีกจนไม่มีเหลือ
ถึงกระนั้นก็ดี ยังมีทางเลือกเหลืออยู่ทางหนึ่งเสมอ เช่นเดียวกับเด็กรับใช้ของนาอามาน เราสามารถเลือกที่จะปรนนิบัติพระเจ้าและนำคนอื่นมาถึงพระองค์ได้ ไม่ว่าสถานการณ์ของเราจะคับขันเพียงใดก็ตาม-AL
ตัวฉันเองต้องเลือกตัดสินใจ ว่าจะให้ตัวตนเก่าตายหรืออยู่ ตัวฉํนเองอยากเลือกองค์พระเยซู ให้เป็นผู้ครอบครองบัลลังก์ใจ-Christiansen
วันพฤหัสบดีที่ 20 พ.ย. 51 เรื่อง สิ่งที่คาดไม่ถึงของชีวิต
อ่าน 1 ซามูเอล 16:1-7 พระเจ้าทอดพระเนตรไม่เหมือนที่มนุษย์ดู มนุษย์ดูที่รูปร่างภายนอกแต่พระเจ้าทอดพระเนตรจิตใจ -1 ซามูเอล 16:7
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ดาเนียล 7-9 สุภาษิต 18:13-24
ขณะที่พอล พอรต์เซลล์ขายโทรศัพท์ก้าวขึ้นมาบนเวทีในรายการ Got Talent (รายการประกวดความสามารถพิเศษยอดนิยมทางโทรทัศน์ของอังกฤษ) ไม่มีผู้ชมสักคนที่คาดหวังในตัวเขากรรมการต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัย เมื่อผู้แข่งขันซึ่งดูแสนจะธรรมดาผู้นี้ประกาศว่าเขาจะขับร้องเพลงโอเปราจนกระทั่งพอรต์เริ่มปริปาก
ทันทีที่เขาเริ่มร้องเพลง "Nessun Dorma" ของ ปัคชินี ผู้ฟังทุกคนนิ่งงันราวกับถูกมนต์สะกด! เมื่อเพลงจบลงผู้ชมต่างพากันลุกขึ้นส่งเสียงเชียร์ ขณะที่กรรมการนั่งน้ำตาซึมด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก นั่นเป็นเหตุการณ์ที่ประหลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรายการโทรทัศน์รูปแบบนี้ เหตุผลหลักมาจากภาพลักษณ์ภายนอกของเขาที่ดูธรรมดาเสียจนคนคาดไม่ถึง
ในพันธสัญญาเดิมผู้ที่กอบกู้อิสราเอลก็มาถึงสมรภูมิแบบที่ไม่มีใครคาดคิดคือ ในสภาพของเด็กเลี้ยงแกะ(1 ซามูเอล 17) กษัตริย์ซาอูลแลกองทัพทั้งหมดต่างพากันประหลาดใจ เมื่อดาวิดทำให้โกลิอัทพ่ายแพ้และนำชัยชนะมาสู่กองทัพของอิสราเอลในวันนั้น พวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการที่พระเจ้าทอดพระเนตรมนุษย์ พระเจ้าตรัสกับผู้เผยพระวัจนซามูเอลว่า"พระเจ้าทอดพระเนตรไม่เหมือนกับที่มนุษย์ดู มนุษย์ดูที่รูปร่างภายนอกแต่พระเจ้าทอดพระเนตรจิตใจ" (16:7)
หากเราตัดสินผู้อื่นจากภายนอก เราอาจพลาดโอกาสที่จะเห็นสิ่งมหัสจรรย์ข้างในจิตใจของเขา ที่อาจจะทำให้เราประหลาดใจ-BC
พวกเราล้วนว่องไวการพิพากา ตัดสินว่าสิ่งที่เห็นเป็นไฉน แม้ข้อมูลมีไม่มากยังมั่นใจ ฟันธงได้ทั้งที่มิรู้จริง องค์พระเจ้าขอให้เราเข้าใจ อย่ารีบไปด่วยสรุปเสียทุกสิ่ง ทรงนำหน้าหากผิดโปรดท้วงติง เพื่อเราจะไม่ชิงชี้ขาดใคร- D. De Haan


วันศุกร์ที่ 21 พ.ย. 51 เรื่อง ตกร่อง
อ่าน 2 ซามูเอล 12:1-13 ทำไมเจ้าดูหมิ่นพระวจนะของพระเจ้า กระทำสิ่งที่ชั่วในสายพระเนตรของพรเจ้า- 2 ซามูเอล 12:9
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี ดาเนียล 7-9 สุภาษิต 18:13-24

ตอนที่นั่งอยู่ในรถที่เครื่องล้างรถอัตโนมัติเริ่มทำงาน ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าล้อหน้าของรถไม่ได้อยู่ในที่ที่ควรจะอยู่ เครื่องล้างรถเริ่มทำงานแต่รถกลับไม่เคลื่อนตาม ฉันเริ่มเร่งเครื่องจนทำให้ล้อรถตกร่อง
ถึงตรงนี้ฉันขยับไปไหนไม่ได้ จะไปข้างหน้าก็ไม่ได้ถอยก็ไม่ได้ เครื่องล้างรถยังคงหมุนไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีรถของฉันอยู่ในนั้น ขณะที่จำนวนรถซึ่งรอคิวต่อจากฉันเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น ฉันรู้สึกดีใจเมื่อมีคนงานสองคนซึ่งประจำอยู่ที่นั้นเข้ามาช่วยกันยกรถของฉันกลับเข้าไปในร่อง
บางครั้งชีวิตคริสเตียนของเราก็อาจตกร่องเช่นกัน กษัตริย์ดาวิดเป็นตัวอย่างชัดเจนตัวอย่างหนึ่งท่านเป็นชู้กับบัทเทบาและมีคำสั่งให้ส่งสามีของนางไป "เป็นกองหน้าเข้าสู้รบตรงที่ดุเดือดที่สุด" เพื่อเขาจะได้ถูกฆ่าตายที่นั่น (2 ซามูเอล 11:3-4, 15-17) การกระทำของดาวิดขัดกับพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่อท่านผู้ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่พระเจ้าทรงเลือก
ดาวิดต้องการความช่วยเหลือ เพื่อจะสามารถกลับมาอยู่ในร่องในรอยพระคัมภีร์กล่าว่า" พระเจ้าทรงใช้ให้นาธันไปหาดาวิด" (21:1) นาธันได้ตักเตือนดาวิดเรื่องการเอาภรรยาคนอื่นมาเป็นของตน และดาวิดได้กลับใจอย่างคนมีปัญญา(ข้อ 13) นาธันเสี่ยงตายในการช่วยให้ดาวิดกลับมามีสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้า แม้ผลที่ร้ายแรงของความบาปจะยังคงอยู่ก็ตาม
มีใครหรือไม่ที่คุณรู้จัก ซึ่งกำลังต้องการความช่วยเหลือ เพื่อจะกลับมาอยู่ในร่องในรอย?- AMC
คริสตชนทุกคนผูกพันกัน ในสัมพันธ์พระเจ้าเป็นศูนย์กลาง ยามที่ใคร่อ่อนแอมิเหินห่าง ทุกคนช่วยเสริมสร้างเขาฟื้นคืน ยามเจ็บปวดรวดร้าวเพื่อนอยู่ใกล้ ปลอบโยนให้หายโดเดี่ยวด้วยใจชื่น ช่วยเหลือกันในยามต้องหยัดยืน ยามต้องฝืนกระแสบาปสังคม-Sper

วันเสาร์ที่ 22 พ.ย. 51 เรื่อง คนอื่นจะรู้ได้อย่างไร?อ่าน 1 ยอห์น 4:7-21 คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย -1ยอห์น 4:21
อ่านพระคัมภีรร์ภายใน 1 ปี 1 ยอห์น 1-5 สุภาษิต 19:16-29

คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีคริสเตียนบางคนจงใจทำตัวเหมือนไม่เป็นคริสเตียน และพยายามพิสูจน์ว่าตนเองเป็นคนชอบธรรม? ตัวอย่างเช่นชายคนหนึ่งไม่พอใจที่ผู้นำประชุมไม่ยอมร้องเพลงในหนังสือเพลงนมัสการให้ครบทุกข้อ ดังนั้นเขาจึงปิดหนังสือเพลงลงด้วยความโกรธและนั่งเบะปากไปจนจบการนมัสการ
ยังมีตัวอย่างหนึ่งได้แก่ คริสตจักรที่มีสมาชิกไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มรอบการนมัสการสำหรับอนุชน เพราะพวกเขาไม่ชอบแนวดนตรีวัยรุ่น
ยังมีอีกคริสตจักรหนึ่งที่ทงเดินตรงกลางของคริสตจักรเป็นเส้นแบ่งระหว่างคนสองชนชั้นซึ่งปฏิเสธที่จะนั่งร่วมกัน
ในฐานะคริสเตียนเราต้องยืนหยัดเพื่อความจริงซึ่งปรากฏในพระคัมภีร์ จากตัวอย่างทั้งหมดที่กล่าวมา แม้ผู้เชื่อจะไม่ได้ละเมิดความจริงที่อยู่ในพระคัมภีร์ แต่พวกเขาจงใจประพฤติตนเยี่ยงคนที่ปราศจากความรัก พวกเขาเลือกที่จะทำสิ่งที่ตนเองพอใจแทนที่จะสำแดงความรักของพระเยซูต่อสายตาชาวโลก
ขณะที่เราอ่าน 1 ยอห์น 4:7-21 เราพบว่าความรักของพระเจ้าจะช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเรา เมื่อเรามีความรักของพระองค์ เราจะไม่แสดงอาการดูถูกผู้อื่นเพียงเพราะเราไม่เห็นด้วยกับพวกเขา
พระเยซูตรัสว่า" ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา" (ยอห์น 13:35) ผู้อื่นเห็นความรักของพระเยซูในคุณหรือไม่?-JDB
ทุกสิ่งที่ข้า เอ่ยเอื้อนวาจา หรือกระทำไป ขอมอบเกียรติยศ ปรากฏเกรียงไกร แด่องค์ทรงชัย ตลอดนิรันดร์ ขอทรงนำข้า อย่าให้พลาดท่า ทำบาปหุนหัน ให้คนประณาม เหยียดหยามนามนั้น สูงค่าอนันต์ ต้องต่ำต้อยลง-Anon

วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 51 เรื่อง พระเจ้าของเรายิ่งใหญ่อ่านโยบ 38:31-41, 42:5-6 เจ้ามัดดาวลูกไก่ให้เป็นกลุ่มได้หรือ หรือแก้เครื่องผูกดาวไถได้หรือ-โยบ 38:31
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 134-136

คณะนักบินอวกาศจากมหาวิทยาลัยมินเนโซตา กล่าวว่า พวกเขาพบช่องโหว่ขนาดมหึมาในจักรวาล พื้นที่ว่างเปล่าซึ่งพวกเขาค้นพบนี้อยู่ในน่านฟ้าทางตะวันตกเฉียงใต้ของดาวไถ เป็นพื้นที่ลึกลับซึ่งไม่มีกาแล็กซี่ ดวงดาว หรือแม้แต่ความมืด นักบินอวกาศคนหนึ่งกล่าวว่าช่องโหว่ในฟ้าสวรรค์นี้มีระยะทางประมาณหนึ่งพันล้านปีแสง
มีบางสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมขณะที่ผมพยายามค้นหาความหมายของช่องโหว่ขนาดมหึมานี้ เป็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นข้างใน ผมไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับความคิดของตนเอง ใครจะสามารถเข้าใจความว่างเปล่าขนาดมหึมานี้ได้?
จากนั้นผมก็คิดถึงที่พระเจ้ากระทำกับโยบ พระองค์ทรงหันความสนใจของผู้รับใช้ที่ต้องทนทุกข์ มาที่ท้องฟ้าในยามค่ำคืนผืนเดียวกันนี้พระเจ้าทรงใช้อาณาเขตของหมู่ดาวไถ ประกอบกับความมหัศจรรย์ของภูมิอากาศและธรรมชาติรอบตัว เพื่อทำให้โยบยุติการใช้เหตุผลและการโต้แย้งกับพระองค์(โยบ 38:31, 42:5-6)
ท่ามกลางความมหัศจรรย์เช่นนี้ ผมอยากจะน้อมตัวลงจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้าไปพร้อมกับโยบ ด้วยท่าทีแห่งการยอมจำนนต่ออำนาจและสติปัญญาที่เกินคำอธิบาย ผมต้องการวางความกังวล ความโกรธ และความรู้สึกต่อต้านที่มีต่อการทรงนำอันลึกล้ำของพระองค์ ผมต้องการเรียกความมั่นใจหนึ่งเดียวที่มีในพระเจ้ากลับคืนมา ราวกับว่าผมอยู่ท่ามกลางความยิ่งใหญ่อันไร้ขีดจำกัดของพระองค์-MRD II
นมัสการองค์จอมกษัตรา งามสง่ามาจากแดนสวรรค์ ร้องสรรเสริญฤทธิ์อำนาจรักอนันต์ เราเปล่งเสียงร่วมกันตามทำนอง ทรงเป็นโล่ห์ปกป้องคุ้มกันภัย ตั้งแต่ในอดีตไม่มีสอง ทรงประทับบนบัลลังก์อันเรืองรอง สดับเสียงแซ่ซ้องจากดวงใจ- Grant

วันจันทร์ที่ 24 พ.ย.51 เรื่อง อิโตกาวา ดาวที่เป็นไปไม่ได้
อ่านมัทธิว 19:16-26 แต่พระเจ้าทรงกระทำให้สำเร็จได้ทุกสิ่ง-มัทธิว 19:26
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี โฮเชยา 1-3 สุภาษิต 20:1-10

ในปี 2005 ยานอวกาศฮายาบูสะ ของญี่ปุ่นซึ่งขับเคลื่อนโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์ได้ไปเยือนดาวเคราะห์น้อยที่ "เป็นไปไม่ได้" ภาพและข้อมูลที่บ่งบอกว่าดาวเคราะห์น้อยชื่ออิโตกาวามีสภาพโปร่งกว่าทราย ซึ่งเกาะกันแบบหลวม ๆ ถึงสองเท่า ซึ่งสร้างความประหลาดใจไม่น้อยให้กับนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อว่าเหล่าดาวเคราะห์น้อยจะกระทบกับหินก้อนอื่น ๆ ในอวกาศซ้ำ ๆ จนน่าจะมีความหนาแน่นสูงมาก หากศึกษาเพิ่มเติมต่อไปนักวิทยาศาสตร์อาจจะทราบสาเหตุที่ดาวเคราะห์อิโตกาวาแตกต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ แต่ในเวลานี้มีดาวเคราะห์ดวงหนึ่งซึ่งท้าทายความเข้าใจของนักวิทยาศาสตร์
เมื่อ 2000 ปีก่อน ขุนนางหนุ่มผู้หนึ่งได้ตั้งคำถามที่"เป็นไปไม่ได้" กับพระเยซูว่า "ข้าพเจ้าจะต้องทำดีประการใด จึงจะได้ชีวิตนิรันดร์"(มธ. 19:16)หลังจากได้ฟังคำตอบที่น่าทึ่งจากพระองค์ ชายผู้นั้นจึง "ออกไปเป็นทุกข์"(ข้อ 22) เมื่อรู้ว่าเขาต้องขายสมบัติทั้งหมดที่มีอยู่ ซึ่งมีคุณค่าสำหรับเขามากกว่าความสัมพันธ์กับพระเยซู
ชายซื่อตรงผู้นี้รักษากฏเคร่งครัด แต่เขายังตกจากมาตรฐานของพระเจ้า"ถ้าอย่างนั้นใครจะรอดได้" สาวกถามด้วยความประหลาดใจ(ข้อ 25) พระเยซูตรัสว่า "ฝ่ายมนุษย์ก็เหลือกำลังที่จะทำได้ แต่พระเจ้าทรงกระทำให้สำเร็จได้ทุกสิ่ง"(ข้อ 26)
พระองค์ผู้สร้างกัลปจักรวาลจากความว่างเปล่า เคยทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มาแล้ว เมื่อเราละทิ้งสิ่งที่โลกนี้ให้เพื่อไปติดตามพระองค์ พระองค์จะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกครั้ง นั่นคือ การประทานชีวิตนิรันดร์ให้กับเรา-CPH
อัศจรรย์ดวงดาวประดับฟ้า อัศจรรย์โลกาอวกาศ พระคริสต์เติมไถ่ฉันพ้นจากความผิดพลาด อัศจรรย์รักประหลาดเปี่ยมพระคุณ-Peterson

วันอังคารที่ 25 พ.ย. 51 เรื่อง จับมือคุณไว้
อ่านสดุดี 73 ถึงกระนั้นก็ดี ข้าพระองค์อยู่กับพระองค์เสมอ พระองค์ทรงจับมือขวาของข้าพระองค์ไว้-สดุดี 73:23
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี โฮเชยา 4-6 สุภาษิต 20:11-20

ความสุขอย่างหนึ่งของการได้อยู่กับเด็ก ๆ คือ การจับมือของพวกเขาไว้ เราจับมือพวกเขาเพื่อจำไม่พลัดหลงกันเวลาที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนและเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาเดินสะดุดหรือเสียหลัก เราจะจับมือเล็ก ๆ ของพวกเขาไว้แน่นเพื่อไม่ให้พวกเขาล้มลง
พระเจ้ากระทำกับเราเช่นเดียวกัน บนบาทวิถีของชีวิตย่อมมีก้อนหินหรือรอยแตกที่ทำให้เราสะดุดล้มลงได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงเข้าใจได้ไม่ยากเมื่อผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า"ย่างเท้าของข้าพเจ้าหมิ่นพลาดเต็มที่แล้ว" (สดด.73:2)
เราทุกคนล้วนเผชิญกับปัญหาสารพัดรูปแบบที่อาจทำให้เราสะดุด อาสาฟผู้เขียนสดุดีสงสัยในความดีของพระเจ้าเมื่อท่านมองเห็นคนชั่วจำเริญขึ้น แต่พระเจ้าทรงบีบมือของท่านและยืนยัยกับท่านว่าคนชั่วจะไม่จำเริญอย่างแท้จริง เมื่อถึงเวลาที่พระเจ้าเสด็จมาพิพากษา ผู้เขียนสดุดีพบว่าความเจริญรุ่งเรืองที่แท้จริงอยู่ในความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงสถิตกับท่านเสมอ"พระองค์ทรงจับมือขวาของข้าพระองค์ไว้"(ข้อ 23) นอกจากนั้นพระเจ้ายังย้ำเตือนท่านว่าพระองค์จะนำชีวิตของท่านและสุดท้ายพระองค์จะต้อนรับท่านกลับสู่บ้านบนสวรรค์(ข้อ 24)ช่างดีอะไรเช่นนี้!
คราวหน้าหากคุณล้มลง จงจำไว้ว่าพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้ากำลังจับมือคุณไว้ และนำคุณผ่านทางเดินของชีวิตจนกระทั่งคุณกลับถึงบ้าน-JS
วันพรุ่งนี้จะเกิดเหตุการณ์ใด แม้ฉันจะไม่เข้าใจยังยิ้มร่า รู้พระหัตถ์พระเจ้าอยู่ทุกเวลา ทรงนำหน้าฉันไปมิทิ้งเลย- Stanphill

วันพุธที่ 26 พ.ย. 51 เรื่อง จับแล้วปล่อย
อ่านโรม 6:16-23 พระเยซูตรัสตอบเขาทั้งหลายว่า"เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ทุกคนที่ทำบาปก็เป็นทาสของบาป"-ยอห์น 8:34
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี โฮเชยา 7-9 สุภาษิต 20:21-30

ผมเป็นนักตกปลาประเภท"จับแล้วปล่อย" ซึ่งหมายความว่าผมไม่ฆ่าปลาเทราห์ที่จับได้ แต่จะดักมันด้วยตาข่ายและจะค่อย ๆ แกะมันออกมาอย่างทะนุถนอมแล้วปล่อยมันกลับลงน้ำ นักอนุรักษ์เรียกวิธีนี้ว่า การอนุรักษ์พันธุ์ปลาแบบ "ยั่งยืน"เพื่อที่ปลาเทราห์และปลาชนิดอื่น ๆ ที่คนชอบจับจะได้ไม่สูญพันธุ์ไปจากน่านน้ำซึ่งเป็นที่นิยมของนักตกปลา
ทุกครั้งที่ปล่อยปลาลงน้ำ ผมมักจะคิดถึงคำของเปาโลที่พูดถึงคนเหล้านั้นที่ถูกซาตาน "ดักจับ" ให้ทำตามประสงค์ของมัน(2 ทธ.2:26)เพราะผมรู้ดีว่าศัตรูของเราคือมารจะไม่จับแล้วปล่อยแต่จะจับเราเพื่อครอบงำและทำลาย
เราอาจคิดว่าเราเจตนาทำบาปเพียงในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วก็สามารถปลดปล่อยตัวเองจากบาปได้ แต่พระเยซูสอนว่า"เราบอกความจริงแก่ท่านว่าทุกคนที่ทำบาปก็เป็นทาสความบาป"(ยน.8:34) แม้แต่บาป"เล็ก ๆ " ก็นำไปสู่ความอธรรมที่มากขึ้นและเรื่อย ๆ ได้บาปหนึ่งนำไปสู่อีกบาปหนึ่ง เราติดกับดักและตกเป็นทาส และเรากระดิกตัวไปไหนไม่ได้เหมือนกับปลาเทราห์ที่โชคร้ายตัวหนึ่ง
บาปทำให้เราตกเป็นทาส แต่เมื่อเรายอมจำนนด้วยการเชื่อฟังพระคริสต์และทูลขอกำลังเพื่อจะทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ เราก็เป็น"อิสระ" ผลที่ตามมาก็คือเราเป็นคนชอบธรรมมากขึ้น(รม.6:16)
พระเยซูยืนยันกัยเราว่า"ถ้าพระบุตรทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไทท่านก็เป็นไทจริง ๆ " (ยน.8:36)-DHR
พระคริสต์ทรงทำลายโซ่ตรวนบาป เสรีภาพแลกมาด้วยพระโลหิต ทรงผูกพันเราไว้อยู่เป็ฯนิตย์ มองชีวิตข้ารับใช้จอบราชา-F. Hess

วันพฤหัสบดีที่ 27 พ.ย. 51 เรื่อง ด้วยความยินดี
อ่านสดุดี 100 ชาวโลกทั้งสิ้นเอ๋ย จงเปล่งเสียงชื่นบานถวายแด่พระเจ้า-สดุดี 100:1
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี โฮเชยา 10-12 สุภาษิต 21:1-10

สดุดี 100 เป็นบทเพลงแห่งการขอบพระคุณที่เยี่ยมมากบทหนึ่งในพระคัมภีร์เป็นบทเพลงที่เรียกร้องให้เราตระหนักว่าเราเป็นพระเจ้าพระผู้สร้าง(ข้อ3-4)และให้เราสรรเสริญพระองค์สำหรับความประเสริฐ ความรักมั่นคง และความสัตย์สุจริตของพระองค์(ข้อ 5)
แต่เมื่อไม่นานมานี้ผมได้อ่านพระคัมภีร์และเกิดติดใจวลีที่ว่า"จงปรนนิบัติพระเจ้าด้วยความยินดี"(ข้อ 2)ซึ่งเป็ฯการแสดงการขอบพระคุณด้วยความเต็มใจในแบบที่เป็นธรรม ย่อนครั้งที่ผมรับใช้แบบเสียไม่ได้ ไม่ใช่ด้วยความยินดี ผมทำสิ่งที่ผมรู้สึกว่านั้นเป็นหน้าที่ของผม แต่ผมไม่ได้มีความสุขกับมัน
ออสวอลด์ แชมเบอร์ทำให้ผมตระหนักถึงความบกพร่องของการมีท่าทีที่ไม่สำนึกในพระคุณของพระเจ้า เขากล่าวว่า"น้ำพระทัยของพระเจ้าเป็นสิ่งที่น่ายินดี สดใส และพอเพียงที่สุดเท่าที่เราจะคิดได้ แต่พวกเราบางคนเวลาเอ่ยถึงน้ำพระทัยของพระเจ้ากลับถอนหายใจและพูดว่า'เฮ้อ ฉํนคิดว่าน่าจะเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า' ราวกับว่าน้ำพระทัยของพระองค์เป็นหายนะที่บังเกิดขึ้นกับเรา.....เรากลายเป็นคนที่ชอบโอดครวญฝ่ายวิญญาณและพูดถึง'การอดทนต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า' ได้อย่างน่าเวทนาแล้วอย่างนี้คนอื่นจะเห็นสง่าราศีและฤทธิ์อำนาจแห่งพระบุตรของพระเจ้าได้อย่างไร!"
การขอบพระคุณที่แท้จริงไม่ได้เป็นเพียงการสำนึกในพระคุณสำหรับสิ่งที่เรามีอยู่ แต่เป็นทัศนคติที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่เรามีต่อพระเจ้า เพื่อที่เราจะปรนนิบัติพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดี-DCM
ขอบพระคุณพระเจ้ายิ่งใหญ่ ทรงให้ความรักเหลือล้น พระเกียรติปรากฏแก่สากล ผู้คนแซ่ซ้องพระนาม พระปัญญาฤทธาล้ำเลิศ เราทูนเทิดพระสิริน่าเกรงขาม ด้วยเหตุนี้เราจึงติดตาม ทุกยามไม่ห่างพระองค์-Wesley

วันศุกร์ที่ 28 พ.ย. 51 เรื่อง บาปก็มอบอยู่ที่ประตู
อ่านปฐมกาล 4:1-16 บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้นให้ได้-ปฐมกาล 4:7
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี โฮเชยา 13-14 สุภาษิต 21:11-21

จอห์น สเตนเบ็คนักเขียนที่ได้รับรางวัลมักจะนำเรื่องราวในพระคัมภีร์ไปใช้ในนวนิยายของเขา ในหนังสือตะวันออกของสวนเอเดน(East of Eden)เขาได้พูดถึงตัวละครที่แสดงถึงความขัดแย้งระหว่างความรู้สึกอิจฉาและการแก้แค้น ซึ่งนำมาจากเรื่องราวของคาอินกับอาแบล สเตนเบ็คแสดงให้เห็นว่าใจที่สุมไปด้วยโทสะและไฟแห่งการแก้แค้นไม่จำเป็นต้องนำมาซึ่งการตอบสนองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรามีทางเลือกเสมอ
เมื่อพระเจ้าโปรดปรานเครื่องสัตวบูชาของอาแบลและปฏิเสธผลไม้ที่คาอินนำมาถวาย โทสะของคาอินก็พลุ่งขึ้น(ปฐก.4:1-6) แต่พระเจ้าตักเตือนเขาว่า"บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากจะตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้นให้ได้"(ปฐก.4:7)คำศัพท์ภาษาฮีบรูดั้งเดิมที่ใช้ตรงนี้ทำให้เราเห็นภาพของสัตว์ซึ่งกำลังหมอบรอและพร้อมที่จะตะครุบเหยื่อของมันทุกขณะ น่าเศร้าที่คาอินยอมพ่ายแพ้ต่อวามปราถนาชั่วของตนเอง ส่งผลให้เกิดการฆาตรกรรมครั้งแรกของโลกและทำให้เขาต้องไปจากพระพักตร์พระเจ้า(ปฐก. 4:8-16)
คุณกำลังรู้สึกอิจฉาหรือโกรธใครอยู่หรือไม่? ถ้ามี คุณมีทางเลือก หากคุณทำเป็นไม่สนใจกับความรู้สึกข้างใน การต่อสู้มีแต่จะรุนแรงขึ้นและคุณจะตกอยู่ภายใต้การครอบงำ แต่ถ้าคุณนำความโกรธของคุณมามอบให้กับพระเจ้าและทูลขอการช่วยเหลือจากพระองค์ คุณจะมีชัยชนะด้วยกำลังที่มาจากพระองค์-HDF
การทดลองในชีวิตมีต่าง ๆ มาจากทางภายนอกล่อลวงเรา ทั้งในใจของตนเองอีกนั้นเล่า พยายามดึงเอาใจเขวไป จงพึ่งพาพระเจ้าขอกำลัง ให้หันหลังจากบาปทั้งมวลได้ ไม่ลังเลแม้แต่สักเสี้ยวใจ ยังมั่นในความสัตย์ซื่อและเชื่อฟัง-Sper

วันเสาร์ที่ 29 พ.ย. 51 เรื่อง คริสตศาสนาแบบสบาย ๆ
อ่านมัทธิว 16:24-28 ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด-มัทธิว 16:25
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี 2,3 ยอห์น,ยูดา สุภาษิต 21:22-31

ยิ่งมีรายการโทรทัศน์มากยิ่งใช้เวลาดูน้อยเห็นได้ชัดว่านั้นเป็นแนวคิดที่แพร่หลายในวัฒนธรรมของเรา เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เราสามารถดูรายการที่ยาวถึงหนึ่งชั่วโมงในเวลาแค่ 6 นาทีหรือน้อยกว่านั้น! มินิโสตเน็ทเวิร์คได้ทำการตัดต่อรายการยอดนิยมที่ออกอากาศเป็นตอน ๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่สั้นลงและสะดวกมากขึ้นสำหรับผู้ชมที่สนใจ โดยโฆษณาว่า"รายการที่คุณชื่นชอบในรูปแบบที่สั้นลง"ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากขึ้น
บางคนพยายามทำชีวิตคริสเตียนให้สะดวกสบายมากขึ้น โดยเลือกที่จะประพฤติตนเป็นคริสตชนเฉพาะวันอาทิตย์ พวกเขาไปร่วมนมัสการที่คริสตจักรซึ่งสะดวกที่สุดสำหรับพวกเขา พวกเขาถวายทรัพย์เล็ก ๆน้อย ๆ และเป็นมิตรกับคนที่โบส์ถตราบที่ไม่ถูกเรียกร้องให้ทำอะไรมากไปกว่านั้น ทำให้พวกเขาสามารถใช้เวลาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อยู๋กับตนเอง ปละใช้ชีวิตในแบบที่พวกเขาพอใจ
นั่นคงเป็นคริสตศาสนาแบบสบาย ๆ แต่เรารู้อยู่ว่าการติดตามพระเยซูเป็นวิถีชีวิตและไม่ใช่แค่คริสเตียนวันอาทิตย์ชีวิตสบาย ๆ การเป็น"สาวก" เรียกร้องให้เราเสียสละชีวิตของเราเพื่อพระองค์(มธ. 16:25)เป็นการมีชีวิตในแบบที่พระเยซูต้องการ เป็นการยกเลิกแผนการและเป้าหมายประจำวันของตนและยอมให้พระองค์เข้าควบคุม ความสัมพันธ์ที่เรามีต่อพระเจ้าทำให้เราระมัดระวังความคิด การตัดสินใจ ทัศนคติ และการกระทำของเรา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ชีวิตของเราเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีและเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า-AMC
คริสเตียนแท้หาใช่แค่ตัดสินใจ ว่าจะให้พระคริสต์เป็นเจ้าชีวา ต้องทุกวันให้พระคริสต์ทรงนำหน้า แสวงหาสิ่งยั่งยืนนิจนิรันดร์-Sper

วันอาทิตย์ที่ 30 พ.ย. 51 เรื่อง ยื่นมือเข้าไปช่วย
อ่านโรม 12:9-21 จงชื่นชมยินดีกับผู้ที่มีความชื่นชมยินดี จงร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้- โรม 12:15
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี สดุดี 137-139

เดือนหน้าเป็นเดือนที่แย่ที่สุดสำหรับคนที่ยังไม่หายโศกเศร้าจากการสูญเสียคนที่พวกเขารักไปในปีที่ผ่านมา ความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจจากการสูญเสียนี้อาจทำให้บรรยากาศการอยู่ร่วมกันในช่วงเทศกาลคริสมาสอึมครึม และอาจส่งผลให้ความปราถนาที่จะเฉลิมฉลองการบังเกิดของพระเยซูคริสต์ลดน้อยถอยลงตามไปด้วย
กวีที่ชิ่อแอน วีมส์ได้เขียนบทกลอนไว้ดังนี้ บางคนยังคงฝังใจอยู๋กับอดีต วามเจ็บปวดยังคงรู้สึกได้ กับบาดแผลที่ยังไม่หายดี ใช่ว่าเราไม่รู้ แต่เรายืนขึ้นเองไม่ได้ คุณจะยื่นมือเข้ามาช่วยเราไหม? บนเส้นทางที่นำเราไปสู่เบธเลเฮ็ม
ในโรม 12:9-21 เปาโลได้แนะวิธีที่เราจะสำแดงความเป็นคริสเตียนอย่างเป็นรูปธรรมผ่านทางความสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้อื่นวิธีที่ดูเหมือนคนจะต้องการเป็นพิเศษในช่วงเวลานี้ของปีคือ "จงชื่นชมยินดีกับผู้ที่มีความชื่นชมยินดี จงร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้"(ข้อ 15) เราสามารถ "ยื่นมือเข้าไปช่วย" เพื่อนและครอบครัวที่กำลังโศกเศร้าด้วยความเข้าใจในความเสียใจของพวกเขาและอย่าคาดหวังให้พวกเขา"ลืมความเสียใจ" เพื่อจะเฉลิมฉลองเทศกาลคริสมาส เราอาจเอ่ยชื่อคนที่จากไปซึ่งเป็นเหตุให้เขาต้องอยู่อย่างโดเดี่ยว จากนั้นให้แบ่งปันความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน เราสามารถนั่งเงียบ ๆ ฟังและอธิษฐานขอการช่วยเหลือจากพระเจ้า
พระเจ้าเป็นผู้เดียวที่สามารถรักษาบาดแผลลึกในจิตใจ แต่เราสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้-DCM
หากว่าฉันพอจะช่วยใครเขาได้ ผู้ที่ใจแตกสลายและชอกช้ำ ขอพระเจ้าโปรดสำแดงว่าจะทำ อย่างไรจึงสามารถนำพรแบ่งปัน-Brandit
ขอพระคุณ พระสิริ พระอำนาจของพระเจ้าสถิตอยู่กับท่านนิรันดร์ เอเมน